ห้องสมุดดิจิตอล
สังคมสารสนเทศสร้างให้เกิดรูปแบบใหม่ของการใช้สารสนเทศและห้องสมุดซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกสารสนเทศและเข้าถึงแหล่งสารสนเทศได้อย่างกว้างขวางไม่ว่าสารสนเทศนั้นจะเก็บไว้ที่ใด
และสามารถนำสารสนเทศที่ต้องการออกมาใช้ได้ทุกเวลาที่ต้องการ ด้วยสาเหตุนี้ทำให้ห้องสมุดต้องเปลี่ยนแปลงบทบาทหน้าที่ของตนเองและต้องปรับตัวอย่างยิ่งเพื่อรองรับความต้องการรูปแบบใหม่
แนวคิดของห้องสมุดดิจิตอลจะช่วยให้ห้องสมุดสามารถตอบสนองความต้องการดังกล่าวได้
ก่อนที่จะมาถึงยุคของห้องสมุดดิจิตอลได้มีการจำแนกพัฒนาการของห้องสมุด
ในระยะแรกเป็นบริการทรัพยากรห้องสมุดในรูปสิ่งพิมพ์เป็นหลัก เรียกว่า
ห้องสมุดสิ่งพิมพ์ (Paper Library)
โดยอาศัยเทคโนโลยีที่ใช้ในการบันทึกข้อมูลต่าง ๆ เช่น กระดาษ วัสดุย่อส่วน
เทปบันทึกเสียงและภาพ การสืบค้นข้อมูลในระยะแรกนั้นใช้บัตรรายการเป็นเครื่องมือในการสืบค้น
จนมาถึงยุคที่มีการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในการดำเนินงานห้องสมุดซึ่งทำให้ขั้นตอนการทำงานของบรรณารักษ์และเจ้าหน้าที่ห้องสมุดเปลี่ยนไป
ผู้ปฏิบัติงานในห้องสมุดได้รับความสะดวกมากขึ้นและทำให้งานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
เพราะได้นำระบบห้องสมุดอัตโนมัติ (Automated Library System)
มาใช้ในการทำการสืบค้นข้อมูล
เป็นการสืบค้นในลักษณะของการใช้คอมพิวเตอร์ในการสืบค้น
และมีการนำเทคโนโลยีดิจิตอลมาใช้ในการบันทึกข้อมูลมากขึ้น
จึงเกิดการพัฒนาศักยภาพของการบริการสารสนเทศในลักษณะของห้องสมุดดิจิตอลหรือห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์
(Digital Library or Electronic Library)
โดยจัดเก็บและให้บริการทรัพยากรห้องสมุดในรูปอิเล็กทรอนิกส์หรือในรูปดิจิตอล
ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศทั้งเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และการสื่อสาร
ช่วยให้การผลิตสารสนเทศในรูปแบบต่าง ๆ ทำได้ง่ายและรวดเร็วสามารถตอบสนองความต้องการสารสนเทศของผู้คนในสังคมแห่งการเรียนรู้ของโลกยุคไร้พรหมแดน
เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยลดทั้งขั้นตอนของการสร้าง การออกแบบ การผลิต
การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ทั้งในส่วนเนื้อหาและการออกแบบรูปเล่มทำได้เร็วขึ้น
และจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของอินเทอร์เน็ตแลเว็บทำให้การจัดทำและเผยแพร่ข้อมูลทำได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง
จากยุคกระดาษก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอล
จากข้อมูลที่อยู่ในรูปสิ่งพิมพ์เปลี่ยนเป็นข้อมูลที่อยู่ในรูปดิจิตอล
ซึ่งสามารถจัดเก็บข้อมูลได้ในลักษณะสื่อผสม
จากห้องสมุดแบบดั้งเดิมที่ทรัพยากรสารสนเทศส่วนใหญ่อยู่ในรูปกระดาษและผู้ใช้ต้องเดินเข้ามาใช้ข้อมูล
ส่วนห้องสมุดดิจิตอลที่ให้บริการข้อมูลสื่อผสมผ่านทางเครือข่ายคอมพิวเตอร์
ข้อมูลจำนวนมหาศาลที่อยู่ในห้องสมุดแบบเดิมจะถูกแปลงให้อยู่ในรูปของดิจิตอล
นั่นหมายถึง เราสามารถจัดเก็บความรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนโลกไว้บนเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งผู้ใช้ข้อมูลสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ตลอดเวลา
จากทุกสถานที่บนโลก เพียงมีคอมพิวเตอร์และเครือข่ายการสื่อสาร
ซึ่งนับเป็นก้าวแห่งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในสังคมแห่งการเรียนรู้
การพัฒนาห้องสมุดดิจิตอล
เป็นการใช้แนวความคิดในการจัดการระบบงานห้องสมุดมาใช้ในงานการจัดการข้อมูลในรูปแบบของดิจิตอล
โดยใช้หลักการของการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ
ซึ่งต้องศึกษาความพร้อมทั้งด้านความต้องการของผู้ใช้
ความจำเป็นสภาพทางเศรษฐกิจและสังคม
การพัฒนาห้องสมุดดิจิตอลจำเป็นต้องกำหนดเป้าหมายด้านเนื้อหาของข้อมูลดิจิตอลให้ชัดเจนและกำหนดวัตถุประสงค์ของการพัฒนา
กลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ใช้กลุ่มใด
การพัฒนาระบบห้องสมุดดิจิตอลเป็นการลงทุนทั้งด้านเวลาและงบประมาณ
โดยทั่วไปในต่างประเทศจะเป็นการพัฒนาต้องใช้เวลาในการแปลงข้อมูลให้อยู่ในรูปดิจิตอล
การทำงานในโครงการห้องสมุดดิจิตอลไม่ใช่เพียงการแปลงเอกสารอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น
แต่เป็นการจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์หรือข้อมูลดิจิตอลไว้ในฐานข้อมูลเพื่อเผยแพร่และช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงเนื้อหาสารสนเทศและได้รับประโยชน์มากขึ้น
ขั้นตอนและการพัฒนาโครงการระบบห้องสมุดดิจิตอลจำเป็นต้องเขียนโครงการเพื่ออนุมัติและขอความสนับสนุนทั้งด้านงบประมาณและการจัดการ
เนื่องจากโครงการพัฒนาระบบห้องสมุดดิจิตอลมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานหลายขั้นตอน
โดยใช้องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องร่วมกันในการสร้างแหล่งความรู้ของสังคมรูปแบบใหม่
การพัฒนาห้องสมุดดิจิตอลจะสำเร็จได้ด้วยความร่วมมือของบุคลากรหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการข้อมูลความพร้อมทางเทคโนโลยีสารสนเทศที่ใช้และงบประมาณ
ข้อดีของข้อมูลดิจิตอล
ข้อดีของข้อมูลดิจิตอล
คือ ใช้งานง่ายทั้งในการจัดเก็บและการแจกจ่าย ทำให้การค้นหาและการวิเคราะห์ข้อมูลทำได้อย่างรวดเร็ว
ข้อมูลเดียวกันสามารถนำเสนอได้หลายรูปแบบ
ข้อมูลที่ต่างกันนำมาใช้ร่วมกันได้หากมีวัตถุประสงค์เดียวกัน
ข้อดีของข้อมูลดิจิตอล มีดังนี้
1.ช่วยเพิ่มความสามารถในการค้นคืนสารสนเทศ ผู้ใช้สามารถค้นคืนสารสนเทศในลักษณะ
Full-text search ซึ่งช่วยให้สามารถเข้าถึงเนื้อหาของเอกสารได้มากขึ้น
สามารถทำดรรชนีและสาระสังเขปแบบอัตโนมัติ
และพัฒนาถึงการจัดหมวดหมู่ให้กับสารสนเทศแบบอัตโนมัติ
ซึ่งในระบบค้นคืนสารสนเทศแบบใหม่ที่จัดเก็บข้อมูลแบบดิจิตอล
นอกจากผู้ใช้จะสืบค้นสารสนเทศได้สะดวกขึ้นแล้วยังสามารถเรียกดูเนื้อหาทั้งหมดของเอกสารได้ด้วย
2.เพิ่มความสามารถในการจัดส่งเอกสาร ทั้งในด้านรูปแบบและความเร็วในการจัดส่ง
ผู้ใช้สามารถเลือกรูปแบบในการจัดส่งเอกสารดิจิตอลได้หลายวิธีทั้งแบบออนไลน์ (On-line) และออฟไลน์ (Off-line) โดยผู้ใช้สามารถเรียกดูเอกสารได้ทันทีทางหน้าจอคอมพิวเตอร์
หรือโดยการ Download ซึ่งสื่ออิเล็กทรอนิกส์สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการจัดส่งมากกว่าสื่อสิ่งพิมพ์
3.ช่วยลดขนาดของพื้นที่ในการจัดเก็บเอกสาร
ด้วยพัฒนาการของเทคโนโลยีการผลิตสื่อบันทึกข้อมูลที่พัฒนาให้มีความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลได้มากขึ้นในขณะที่มีขนาดเล็กลง
ซึ่งจะช่วยลดขนาดของห้องสมุดลงได้มาก
ทำให้สถาบันบริการสารสนเทศสามารถเปลี่ยนพื้นที่ดังกล่าวมาเป็นพื้นที่สำหรับติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ไว้สำหรับบริการผู้ใช้เพื่อตอบสนองความต้องการใช้สารสนเทศดิจิตอลที่มากขึ้น
4.สามารถจัดทำสารสนเทศในลักษณะสื่อผสม นั่นคือ
ในยุคดิจิตอลเราสามารถผลิตสื่อสารสนเทศที่สามารถเสริมสร้างความเข้าใจและถ่ายทอดความรู้ได้ชัดเจนขึ้น
โดยอาศัยการผสมผสานของข้อมูลในหลายลักษณะ ทั้งข้อความ ภาพนิ่ง เสียง
และภาพเคลื่อนไหว ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้ข้อมูลสามารถเข้าใจสารสนเทศได้ง่ายขึ้นจากการใช้สื่อดิจิตอลเพียงสื่อเดียว
ซึ่งต่างจากในอดีตที่ต้องอาศัยสื่อหลาย ๆ
ชนิดประกอบกันเพื่อให้ผู้เรียนหรือผู้ใช้ข้อมูลเห็นภาพองค์ความรู้ได้ชัดเจนขึ้น
นอกจากนี้
ยังสามารถเรียกข้อมูลได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งโดยที่คุณภาพของข้อมูลไม่เปลี่ยนแปลงและไม่เกิดความเสียหายกับสื่อบันทึกข้อมูล
และสามารถเรียกดูข้อมูลจอกตอนใดก้อได้
โดยไม่ต้องรอการแสดงข้อมูลตามลำดับการบันทึกข้อมูล
5.ช่วยลดอุปสรรคด้านระยะเวลาและระยะทางในการเข้าใช้สารสนเทศ
เนื่องจากข้อมูลดิจิตอลสามารถจัดส่ง และเรียกใช้ได้ผ่านทางเครือข่ายคอมพิวเตอร์
ดังนั้น
ผู้ใช้สารสนเทศจึงสามารถเข้าถึงสารสนเทศได้จากทุกมุมโลกและใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีเพียงแค่มีคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตและยังสามารถเรียกใช้ข้อมูลที่ออนไลน์อยู่ทั่วโลกเหล่านี้ได้ตลอดเวลา
ซึ่งต่างจากการเข้าถึงสารสนเทศในระบบห้องสมุดแบบเดิม ซึ่งต้องมีเวลาปิด-เปิด ของห้องสมุด
นอกจากนี้ในการเข้าใช้เอกสารดิจิตอลผ่านทางเครือข่ายคอมพิวเตอร์
ผู้ใช้สามารถเข้าใช้เอกสารเดียวกันได้หลาย ๆ
คนพร้อมกันโดยไม่ต้องรอคิวในการใช้เหมือนเอกสารที่อยู่ในรูปสิ่งพิมพ์
บทสรุป
จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีดิจิตอลเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาไม่หยุดนิ่ง
ซึ่งในปัจจุบันพบว่าห้องสมุดบางแห่งมีการบริการเต็มรูป บางแห่งอยู่ระหว่างการพัฒนา
ในการพัฒนาห้องสมุดให้เป็นห้องสมุดดิจิตอลนั้นต้องเริ่มต้นตั้งแต่กระบวนการทำงาน
การเปลี่ยนแปลง การบริการ และการพัฒนาการเข้าถึงแหล่งสารสนเทศของผู้ใช้
ดังนั้นห้องสมุดจะต้องมีการจัดการการทำงานและการพัฒนาในเรื่องเนื้อหาของสารสนเทศ
และบริการที่มีรูปแบบที่ชัดเจนเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้
ซึ่งบุคลากรของห้องสมุดจะต้องมีทักษะและความสามารถในการจัดการและการให้บริการทรัพยากรสารสนเทศดิจิตอล
นอกจากนี้ยังใช้เพื่อการศึกษา ความบันเทิง และการค้า
และต้องสามารถให้บริการสารสนเทศในทุกรูปแบบเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในการลงทุน
และต้องบริการข้อมูลเพื่อผู้ใช้ได้รับประโยชน์โดยตรงเป็นการเพิ่มคุณค่าให้แก่งานบริการการสืบค้นข้อมูลและประหยัดเวลาของผู้ใช้ในการเรียกใช้สารสนเทศที่ต้องการ
เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลที่สมบูรณ์ของการศึกษาค้นคว้า
การเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนที่เชื่อมโยงกับแหล่งข้อมูลต่าง ๆ
โดยสามารถค้นหาข้อมูลเหล่านี้ได้โดยไม่มีข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่
บรรณานุกรม
คอลีเยาะ
วาจิ. (ม.ป.ป.). ห้องสมุดดิจิตอล (Digital library). ค้นเมื่อ มกราคม 31,
2558,
จาก http://www.l3nr.org/posts/296358
นิศาชล
จำนงศรี. (2545, พฤษภาคม-สิงหาคม).
ห้องสมุดดิจิตอล. บรรณารักษศาสตร์และ
สารนิเทศศาสตร์ มข.,
20, (2), หน้า 1-13.
น้ำทิพย์
วิภาวิน. (2543). ห้องสมุดดิจิตอล.
กรุงเทพฯ: ดวงกมลสมัย.
___________. (2547). ห้องสมุดยุคใหม่. กรุงเทพฯ: เอสอาร์ พริ้นติ้ง แมสโปรดักส์.
รุ่งทิพย์
เจริญศักดิ์. (2548, มกราคม-เมษายน).
ระบบห้องสมุดดิจิตัล : ภาพรวมและผล
กระทบ.บรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์ มข., 23, (1), หน้า 34-42.
กระทบ.บรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์ มข., 23, (1), หน้า 34-42.

